บริการทั้งหมด

เลือกบริการที่คุณต้องการ พาร์ทเนอร์มืออาชีพพร้อมให้บริการถึงบ้าน

ล้างแอร์แบบธรรมดาราคาเริ่มต้น
ล้างแอร์
40 นาที

ล้างแอร์แบบธรรมดาราคาเริ่มต้น

ล้างฟิลเตอร์ ล้างคอยล์เย็น ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ ตรวจเช็คระบบ ล้างแอร์ ราคาเท่าไหร่? รวมค่าใช้จ่ายบริการล้างแอร์บ้าน พร้อมวิธีดูแลแอร์ให้เย็นประหยัดไฟ ล้างแอร์ราคาเท่าไหร่ในปีนี้? รวมข้อมูลค่าบริการล้างแอร์บ้าน ล้างแอร์คอนโด พร้อมคำแนะนำการดูแลเครื่องปรับอากาศ และบริการล้างแอร์มาตรฐานจาก DR-AIRCARE ล้างแอร์สำคัญอย่างไร ทำไมต้องล้างแอร์เป็นประจำ เครื่องปรับอากาศเป็นอุปกรณ์ที่แทบทุกบ้านในประเทศไทยต้องใช้งานเกือบทุกวัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่อากาศร้อนและมีฝุ่นสูง หากไม่มีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เครื่องปรับอากาศอาจสะสมฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรีย ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง การล้างแอร์เป็นหนึ่งในวิธีดูแลเครื่องปรับอากาศที่สำคัญที่สุด เพราะช่วยให้ระบบภายในสะอาด อากาศไหลเวียนได้ดี และช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลระบบปรับอากาศ เช่น DR-AIRCARE แนะนำว่า ควรล้างแอร์อย่างน้อย ทุก 4–6 เดือน เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องและช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว ล้างแอร์ ราคาเท่าไหร่ในประเทศไทย ราคาการล้างแอร์ในประเทศไทยมีความแตกต่างกันตามขนาดของเครื่อง ประเภทแอร์ และรูปแบบบริการ โดยทั่วไปสามารถแบ่งช่วงราคาได้ดังนี้ ล้างแอร์แบบติดผนัง (Wall Type) • 9,000 – 12,000 BTU : ราคาเฉลี่ยประมาณ 500 – 650 บาท • 18,000 BTU : ราคาเฉลี่ยประมาณ 650 – 750 บาท • 24,000 BTU : ราคาเฉลี่ยประมาณ 750 – 900 บาท • ล้างแอร์แบบฝังฝ้า หรือแอร์ 4 ทิศทาง : ราคาเฉลี่ยประมาณ 1,200 – 2,500 บาทต่อเครื่อง • ล้างแอร์แบบล้างลึก (Deep Cleaning) : ราคาเฉลี่ยประมาณ 900 – 1,500 บาทต่อเครื่อง บริษัทบริการล้างแอร์มืออาชีพ เช่น DR-AIRCARE มักมีแพ็กเกจล้างแอร์หลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของบ้าน คอนโด หรือสำนักงาน ปัจจัยที่มีผลต่อราคาล้างแอร์ ค่าบริการล้างแอร์ไม่ได้มีราคาเท่ากันทุกที่ เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อราคา เช่น 1. ขนาด BTU ของแอร์ BTU คือหน่วยวัดกำลังทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ยิ่ง BTU สูง เครื่องก็ยิ่งมีขนาดใหญ่และต้องใช้เวลาทำความสะอาดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น • แอร์ 9,000 BTU ใช้เวลาล้างประมาณ 30–45 นาที • แอร์ 24,000 BTU อาจใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง 2. ประเภทของเครื่องปรับอากาศ ประเภทของแอร์มีผลต่อขั้นตอนการล้าง เช่น • แอร์ติดผนัง • แอร์แขวน • แอร์ฝังฝ้า • แอร์ระบบ VRV หรือระบบใหญ่ • แอร์ที่มีโครงสร้างซับซ้อนจะต้องใช้เครื่องมือและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง. 3. ระดับความสกปรกของแอร์ หากแอร์ไม่ได้ล้างมานานหลายปี อาจต้องใช้การล้างแบบล้างลึก ซึ่งมีขั้นตอนมากกว่าการล้างปกติ เช่น • ถอดพัดลมโบลเวอร์ • ล้างคอยล์เย็น • ล้างถาดน้ำทิ้ง • ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ประโยชน์ของการล้างแอร์ การล้างแอร์เป็นประจำมีข้อดีหลายอย่าง เช่น 1. ช่วยให้แอร์เย็นเร็วขึ้น: เมื่อคอยล์เย็นสะอาด อากาศจะไหลผ่านได้ดี ทำให้แอร์ทำความเย็นได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. ลดค่าไฟฟ้า: แอร์ที่สกปรกต้องใช้พลังงานมากขึ้น การล้างแอร์สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ 3. ลดฝุ่นและเชื้อรา: แอร์ที่ไม่ได้ล้างอาจสะสมฝุ่นและเชื้อรา ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ 4. ยืดอายุการใช้งานของเครื่อง: การบำรุงรักษาเครื่องอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของการเสียหายและช่วยให้เครื่องใช้งานได้นานขึ้น สัญญาณที่บอกว่าแอร์ควรล้าง หากเครื่องปรับอากาศของคุณมีอาการเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบระบบแอร์ทันที • แอร์ไม่เย็นเหมือนเดิม • มีกลิ่นอับออกมาจากเครื่อง • มีน้ำหยดจากแอร์ • แอร์เสียงดังผิดปกติ • ค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ตัวอย่างราคาบริการล้างแอร์ ประเภทบริการ ผู้ให้บริการ ราคาประมาณ ล้างแอร์แบบมาตรฐาน ช่างทั่วไป 400 – 700 บาท / เครื่อง ล้างแอร์มาตรฐาน บริษัทบริการ 650 – 850 บาท / เครื่อง ล้างแอร์แบบพรีเมียม บริษัทมืออาชีพ 990 – 1,200 บาท / เครื่อง ล้างแอร์ฝังฝ้า / 4 ทิศทาง ผู้เชี่ยวชาญ 1,200 – 2,500 บาท / เครื่อง วิธีเลือกบริษัทล้างแอร์ที่ได้มาตรฐาน การเลือกบริษัทล้างแอร์ควรพิจารณาหลายปัจจัย เช่น • มีทีมช่างที่มีประสบการณ์ • มีรีวิวจากลูกค้าจริง • มีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน • มีการรับประกันงานบริการ • ใช้อุปกรณ์มาตรฐาน บริษัทดูแลระบบปรับอากาศ เช่น DR-AIRCARE มักมีบริการตรวจเช็คระบบแอร์ครบวงจร ตั้งแต่การล้างแอร์ การตรวจน้ำยาแอร์ ไปจนถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน <img src="/static/uploads/services/640729e9-e417-4ef5-8ec7-49eaf1bab165.jpg" style="max-width:100%;border-radius:8px;margin:8px 0"> FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการล้างแอร์ ถาม: ทำไมต้องเลือกช่างผ่าน DR-AIRCARE ตอบ: การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น DR-AIRCARE หรือบริษัทล้างแอร์ที่มีมาตรฐาน จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเครื่องปรับอากาศได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปลอดภัย ถาม: ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน ตอบ: โดยทั่วไปควรล้างแอร์ทุก 4–6 เดือน หากใช้แอร์ทุกวัน ถาม: ล้างแอร์ช่วยประหยัดไฟจริงหรือไม่ ตอบ: จริง เพราะเมื่อแอร์สะอาด ระบบทำความเย็นทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงใช้พลังงานน้อยลง ถาม: ล้างแอร์ใช้เวลานานเท่าไหร่ ตอบ:โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมงต่อเครื่อง ถาม: ทำไมจึงควรต้องดูแลแอร์หรือล้างแอร์ ตอบ: การล้างแอร์เป็นการดูแลเครื่องปรับอากาศที่สำคัญ ช่วยให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดไฟ และยืดอายุการใช้งานของเครื่อง ถาม: ราคาการล้างแอร์กี่บาท ตอบ: ราคาล้างแอร์ในประเทศไทยโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 400 – 900 บาทต่อเครื่อง สำหรับแอร์ติดผนัง และอาจสูงขึ้นสำหรับแอร์ขนาดใหญ่หรือแอร์ฝังฝ้า

เริ่มต้น

฿600

การล้างพิเศษ Deep Cleaning
ล้างแอร์
60 นาที

การล้างพิเศษ Deep Cleaning

การล้างแอร์แบบ Deep Cleaning (ล้างใหญ่/ล้างพิเศษ) จะมีราคาสูงกว่าการล้างปกติประมาณ 2 - 3 เท่า ครับ เพราะช่างต้องใช้เวลามากขึ้น (ปกติ 2-3 ชั่วโมงต่อเครื่อง) และต้องมีการถอดชิ้นส่วนภายในออกมาล้างละเอียด รวมถึงการใช้เคมีภัณฑ์เฉพาะทาง นี่คือเกณฑ์การกำหนดราคาที่ช่างมืออาชีพมักใช้ในปี 2569 ครับ: 1. ราคาแยกตามประเภทการล้าง (เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง) ประเภทการล้าง สิ่งที่ได้รับ ราคาโดยประมาณ (บาท) <img src="/static/uploads/services/05ac06b9-66f4-4571-bf41-6b064fce1e14.jpg" style="max-width:100%;border-radius:8px;margin:8px 0"> 2. ปัจจัยที่ทำให้ราคา Deep Cleaning ต่างกัน ขนาด BTU: ยิ่งเครื่องใหญ่ ชิ้นส่วนจะหนักและถอดยากขึ้น (เช่น 24,000 BTU อาจบวกเพิ่มจากราคาข้างต้น 200 - 400 บาท) ประเภทของแอร์: * แอร์แขวน/ตู้ตั้ง:Deep Clean เริ่มต้นประมาณ 1,200 - 1,800 บาท * แอร์สี่ทิศทาง (Cassette Type):Deep Clean เริ่มต้นประมาณ 1,800 - 2,800 บาท * การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ:หากมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย หรือเคลือบสารกันสนิมที่คอยล์ มักจะบวกเพิ่ม 200 - 300 บาท *ความสกปรกระดับวิกฤต: กรณีมีเมือกอุดตันในท่อน้ำทิ้งจนต้องใช้ปืนแรงดันสูงไล่ระบบเป็นพิเศษ ช่างอาจมีค่าเสียเวลาเพิ่ม 3. สิ่งที่คุณควรจะได้ในราคา Deep Cleaning (เช็คลิสต์ตอนตรวจงาน) เพื่อให้คุ้มกับเงินที่จ่ายเพิ่มการล้างพิเศษ ควรครอบคลุมสิ่งเหล่านี้ครับ: * การถอดถาดน้ำทิ้ง: เพื่อล้างคราบเมือกที่สะสมอยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของแอร์น้ำหยดและกลิ่นอับ * การถอดโบลเวอร์ (ใบพัดโพรงกระรอก): ออกมาล้างข้างนอกเพื่อให้สะอาดทุกซอกมุม * การฉีดล้างคอยล์เย็นจากด้านหลัง: การล้างปกติจะฉีดได้แค่ด้านหน้า แต่ Deep Clean ต้องเข้าถึงด้านหลังที่ติดกับผนัง * การตรวจสอบระบบไฟและน้ำยา: เช็คจุดเชื่อมต่อสายไฟและวัดกระแสไฟ/แรงดันน้ำยา (มักรวมอยู่ในแพ็คเกจ) ข้อแนะนำเพิ่มเติม: คุณไม่จำเป็นต้องทำ Deep Cleaning ทุกครั้งที่ล้างครับ ปกติแนะนำให้ทำ ปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อแอร์มีอาการกลิ่นอับรุนแรง/น้ำหยดบ่อยๆ ส่วนการล้างปกติ (Standard) ให้ทำทุก 6 เดือน จะช่วยประหยัดงบและถนอมชิ้นส่วนพลาสติกไม่ให้กรอบจากการถอดบ่อยเกินไปด้วยครับ

เริ่มต้น

฿900